ทหารเมียนมาร์สำหรับในการเมือง นัยของคณะรัฐประหาร เปลี่ยนแปลงชื่อประเทศ “เบอร์มา” เป็น “ภรรยานมา”

ตั้งแต่แมื่อสมัยก่อน ประวัติศาสตร์ของเมียนมาร์ไม่ต่างอะไรจากประวัติศาสตร์อีกหลายประเทศอันมีเรื่องมีราวราวรบรบโดยเหล่าทหารแล้วก็กองทัพอยู่เรื่อยๆมา แม้กระนั้นเมื่อมาถึงยุคสมัยใหม่ ประวัติศาสตร์ของหลายประเทศเริ่มแยกการบ้านการเมืองออกมาจากการทหารกันเด่นชัดขึ้น แม้กระนั้น นักวิชาการบางกรุ๊ปยังมีข้อคิดเห็นว่า ประวัติศาสตร์แล้วก็การบ้านการเมืองยุคใหม่ของเมียนมาร์ ความเกี่ยวข้องของกรุ๊ปทหารกับการบ้านการเมืองมีความเกี่ยวข้องกันอย่าง “แยกไม่ออก”

นักวิชาการแบ่งการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมียนมาร์ออกเป็นหลายช่วง ส่วนมากแล้วเมื่อปรารถนาแบ่งออกโดยคร่าวๆ สามารถแบ่งได้ 3 ตอน เป็นตอนสมัยโบราณ ตอนอาณานิคมอังกฤษ และก็ตอนเอกราช

slotxo

เมียนมาร์ในตอนหลังจากได้รับเอกราช
ในที่นี้จะพูดถึงประวัติศาสตร์เมียนมาร์ในมิติด้านการเมืองยุคใหม่ภายหลังที่ได้เอกราชเมื่อ คริสต์ศักราช 1948 (พุทธศักราช 2491) ซึ่งนักวิชาการหลายคนล้วนเห็นว่า หน้าที่ของทหารปรากฏในประวัติศาสตร์การบ้านการเมืองยุคใหม่ของประเทศพม่าแบบแยกกันไม่ออก ตามที่ชาญวิทย์ เกษตรศรี ให้ความคิดเห็นเอาไว้ภายในหนังสือ “ประเทศพม่า ประวัติศาสตร์และก็การบ้านการเมือง” ว่า เมื่อเอ๋ยถึงทหารของเมียนมาร์สำหรับในการเมืองยุคใหม่ก็จำเป็นต้องหมายคือทหารราบ สำหรับประเทศพม่าแล้ว นาวิกโยธินแล้วก็อากาศโยธินมีหน้าที่น้อยกว่าทหารราบมากมาย

งานศึกษาเล่าเรียนของชาญวิทย์ เกษตรศรี ชี้แจงไว้ว่า การกำเนิดขึ้นของทหารราบประเทศพม่าในยุคสมัยใหม่ต่อเนื่องมาจากสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเมื่อการรบใกล้ปะทุขึ้น นักชาตินิยมกรุ๊ปทะขิ่น นำโดยอองซาน (ซึ่งต่อสู้เพื่อเอกราชประเทศพม่าตั้งแต่เป็นนิสิต) มานะใส่ความช่วยเหลือจากต่างแดน มีทั้งยังจากฝั่งจีนแล้วก็ประเทศญี่ปุ่น

xoslot

อองซาน นำทะขิ่น “ตรีทศมิตร” (หัวหน้าศูนย์กลางปริมาณ 30 คนของกรุ๊ปที่เป็นการรวมกลุ่มของนิสิตเมียนมาร์) หนีออกไปฝึกฝนอาวุธในเกาะไหหลำ ภายใต้การอำนวยการของทหารประเทศญี่ปุ่น ซึ่งนับว่าเป็นแหล่งกำเนิดของกองกองทัพเอกราชประเทศพม่า หรือ Burma Independence Army (BIA) เมื่อการศึกทวีปเอเชียมหาทิศตะวันออกปะทุขึ้น กองทัพนี้ยังขยายกองกำลังมาตลอด ชายหนุ่มที่ประทับหัวใจการต่อสู้ของทะขิ่นตรีทศมิตรพากันขึ้นทะเบียนทหารกองทัพเอกราชเมียนมาร์

ทีแรกๆของการสู้รบ กองทัพทำงานสนิทสนมกับประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งถูกเปลี่ยนแปลงชื่อเป็น Burma Defense Army (BDA)

เมื่อการสู้รบใกล้จบลง กองทัพเมียนมาร์กำเนิดปัญหาอย่างมาก ตกอยู่ในภาวะที่กำลังจะถูกจัดว่าร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่น บรรดาทะขิ่นและก็กองทัพพากเพียรปฏิบัติการลบล้างภาพการร่วมแรงกับประเทศญี่ปุ่นออก รวมทั้งแปลงให้แปลงเป็นผู้รักชาติ ปรารถนากู้เอกราช รวมทั้งต้านเผด็จการที่นาซีลัทธิฟาสซิสต์ ด้วยเหตุนี้ ก็เลยเปลี่ยนเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการจัดตั้งหน่วยงานลับใต้ดิน (ลักษณะเดียวกันกับขยวนการเสรีประเทศฝรั่งเศส รวมทั้งเสรีไทย) นำโดยอองซาน และก็หัวหน้าของกองกองทัพ ไปจนกระทั่งหัวหน้าข้างลัทธิคอมมิวนิสต์เมียนมาร์ (ข้างระบอบคอมมิวนิสต์ประเทศพม่าต้านทานประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ทีแรกเริ่ม มิได้กลับลำในคราวหลัง) ไทม์ไลน์ระยะนี้เองทำให้กองทัพเมียนมาร์ขึ้นชื่อเป็น “กองทัพกู้ชาติบ้านเมือง”

ตอนที่กองทัพประเทศญี่ปุ่นในประเทศพม่าถูกจู่โจมแพ้ตั้งแต่เมื่อสิ้นเดือนพ.ค. 1945 จำเป็นต้องถอยร่นเข้ามาในไทยก่อนที่จะสหรัฐอเมริกา จะทิ้งระเบิดปรมาณูเมื่อส.ค. เป็นจังหวะนี้เองที่กองทัพประเทศพม่าแสดงตัวว่าเป็นข้างของแนวร่วม

วันที่ 27 มี.ค. 1945 กองทัพประเทศพม่าในปิ้งกุ้งเคลื่อนออกมาจู่โจมประเทศญี่ปุ่น ในนามของหน่วยงานลับใต้ดินเรียกว่า Anti-Fascist Organization (AFPFL) การรบในวันนั้นแปลงเป็นเครื่องหมายของกองกองทัพ และก็ยังถูกนับว่าเป็นวันทัพบกในวันหลังด้วย ระหว่างที่หน่วยงานลับก็แปลงเป็นพรรคการเมืองในตอนหลัง และก็เป็นหน่วยงานที่สนทนาเอกราชกับอังกฤษได้เสร็จ

ชาญวิทย์ เกษตรศรี คิดว่า ตอนการต่อสู้แล้วก็สนทนาเพื่อเอกราช ทำให้กองทัพประเทศพม่ามีประสบการณ์ทั้งยังด้านการรบและก็การบ้านการเมือง เนวิน เป็นอีกทั้งผู้นำกองทัพแล้วก็หัวหน้าการบ้านการเมือง ส่วนหน้าที่สำหรับเพื่อการสนทนาเป็นของอองซาน กองทัพตกอยู่สำหรับการดูแลของเนวิน

เครดิตฟรี

เมื่ออองซาน เสียชีวิตก่อนจะได้รับเอกราช ข้างการบ้านการเมืองรวมทั้งพรรค AFPFL ได้หัวหน้าที่ระดับบารมีไม่เสมอกันอองซาน ยิ่งผลักดันให้เนวินรวมทั้งกองทัพสะดุดตาขึ้น จนกระทั่งเนวิน เป็นผู้คุมกองกำลังปราบก่อให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงที่ยีนางยอง เมื่อ 1947 ได้ผลสำเร็จเสร็จ อังกฤษยังจำต้องการันตีแล้วก็จะต้องพึ่งพิงกองทัพเมียนมาร์รวมทั้งเนวินเพิ่มมากขึ้นด้วย กองทัพประเทศพม่าก็แปลงข้างจากประเทศญี่ปุ่นไปอยู่ฝั่งอังกฤษ ส่วนข้างระบอบคอมมิวนิสต์ประเทศพม่าเปลี่ยนเป็นอยู่ฝั่งตรงข้ามกับอังกฤษเมื่อตอนหลังการสู้รบจากที่แต่เดิมอยู่ฝ่ายสัมพันธมิตร

เนวิน สงครามกลางเมือง และก็ความแตกคอข้างใน
หลังจากเมียนมาร์ได้รับเอกราช ความเกี่ยวพันระหว่างข้างต่างๆก็มีปัญหา เมียนมาร์กำเนิดสงครามกลางเมืองขึ้น ภาวะความกลมเกลียวระหว่างพรรค AFPFL กับ พรรคระบอบคอมมิวนิสต์เมียนมาร์ แล้วก็คนกลุ่มน้อย ซึ่งเคยสมานได้ในยุคที่อองซาน ยังมีชีวิตอยู่ก็แตกกันกัน

ตอนสงครามกลางเมืองเมียนมาร์ระหว่าง คริสต์ศักราช 1948-1952 ทัพบกมีหน้าที่ในสถานะ “ผู้รักษา” ความเป็นชาติของประเทศพม่าเอาไว้ กองทัพแล้วก็เนวินเป็นข้างที่อยู่กับรัฐบาล หน้าที่ของเนวิน รวมทั้งทัพบกทำให้เนวิน เข้าไปมีตำแหน่งในรัฐบาลโดย “ไม่ต้องเล่นการเมืองในระบบสภานิติบัญญัติหรือการเลือกตั้ง” รับตำแหน่งด้อยกว่านายกฯและก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งยังได้รับชักชวนให้เป็นหัวหน้า “รัฐบาลรักษาการ” ในตอน คริสต์ศักราช 1958-1960

ชาญวิทย์ เกษตรศรี ชี้แจงว่า “เมื่ออีกทั้งระบบพรรคการเมืองและก็นักการเมือง ล้มเหลวสำหรับเพื่อการนำชาติในตอน 14 ปีข้างหลังได้รับเอกราชมา นายพลเนวิน รวมทั้งทัพบกก็ยึดอำนาจได้อย่างง่ายๆรวมทั้งแทบไม่มีการต้านอะไรก็แล้วแต่”

เนวิน เป็นหัวหน้าในภูมิภาคอุษาคเนย์ที่อยู่ในตำแหน่งช้านานที่สุดอีกคนหนึ่ง มีอำนาจอยู่ในวังวนนานถึง 26 ปี นับจากข้างหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ผ่านสงครามกลางเมือง รัฐบาลรักษาการ ยึดอำนาจโดยตรงและก็อยู่ถัดมาคราวหลังการยืนขึ้นฮือ

เรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นท่ามกลางสมัยที่อำนาจของเนวิน ยังวงเวียนอยู่ เป็นการยึดอำนาจการบ้านการเมืองช่วงวันที่ 18 ก.ย. คริสต์ศักราช 1988 (พุทธศักราช 2531) นายพลซอหม่อง นำกองทัพ (ภายใต้นายพลเนวิน) ยึดอำนาจการบ้านการเมืองและก็ตั้งที่ประชุมฟื้นฟูกฎและก็ระเบียบปฏิบัติที่เมือง (State Law and Order Restoration Council – SLORC) หรือที่ชาญวิทย์ เรียกอีกนามว่า รสช. เมียนมาร์ (ตอนนี้ SLORC แปลงชื่อเป็น The State Peace and Development Council หรือ SPDC) ประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญ 1974

ระหว่างที่ข้างระบบประชาธิปไตยของเมียนมาร์ ประกาศตั้งขึ้นพรรค National League for Democracy (NLD) มีอองซานซูจี บุตรสาวของอองซาน เป็นเลขาธิการพรรค

สล็อต xo

SLORC ประกาศจัดแจงออกเสียงหลายพรรคให้เป็นการลงคะแนนเสียงที่อิสระและก็เป็นธรรมในปี 1990 อย่างไรก็แล้วแต่ ในปี 1989 SLORC ไม่สามารถที่จะสามารถควบคุมเหตุการณ์การบ้านการเมืองด้านในได้ รวมทั้งประกาศใช้กฎอัยการศึก มีการจับตัวพลเมือง นักสิทธิมนุษยชน รวมทั้งนักประชาธิปไตยเยอะมาก

วันที่ 27 เดือนพฤษภาคม 1989 SLORC ประกาศเปลี่ยนแปลงชื่อประเทศจาก Burma (เบอร์มา) เป็น Myanmar (ภรรยานมา)

รายงานข่าวสารจากสำนักข่าว BBC สำนักข่าวดังจากอังกฤษเผยออกมาว่า ข้อบังคับที่ใช้ในสมัยนั้นยังมีผลให้หลายเมืองในประเทศมีชื่อภาษาอังกฤษ ซึ่งหลายชื่อไม่ใช่ภาษาพื้นบ้าน

สำหรับชื่อ เบอร์มา กับ ภรรยานมา รายงานข่าวสารจาก BBC ชี้แจงว่า ทั้งคู่คำสื่อความหมายเช่นเดียวกัน ในศตวรรษที่ 19 คำในภาษาอังกฤษสะกดว่า Burmah คำนี้เป็นคำแผลงที่ใช้กันระดับแคว้น โดยแผลงมาจากคำว่า Myanmar

ตอนที่สื่อบางพื้นที่ยังระบุว่า คำว่า Burma เป็นคำที่เจ้าอาณานิคมใช้เรียกประเทศที่นี้ รวมทั้งมั่นใจว่า คำว่า Myanmar สะท้อนถึงความมากมายหลายของฝูงคนในเมียนมาร์มากยิ่งกว่าคำว่า Burma แต่ ข้างที่ปฏิเสธกลับดูตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง โดยพวกเขามั่นใจว่า คำว่า Myanmar กลายเป็นการแสดงความไม่นับถือชนหมู่น้อยในประเทศมากยิ่งกว่า Burma ด้วย

รายงานอ้างอิงคำให้สัมภาษณ์ของ Gustaaf Houtman นักโบราณคดีสถานที่ทำงานเขียนเกี่ยวกับการบ้านการเมืองเมียนมาร์มาจำนวนหลายชิ้น เขาให้สัมภาษณ์กับวารสาร BBC News Magazine ว่า

“ศัพท์แบบทางการเป็นคำว่า Myanmar ส่วนคำแบบไม่เป็นทางการ คำที่ใช้กันในชีวิตประจำวันเป็นคำว่า Burma สำหรับคำ Myanmar เป็นคำที่ใช้ในแง่เกี่ยวพันกับงานประพันธ์งานการประพันธ์ ซึ่งเป็นคำพิธีการการ ทางการ แล้วก็สะท้อนกลิ่นของความเป็นรัฐบาล ความเคลื่อนไหวชื่อก็เลยเป็นต้นแบบหนึ่งของการเซ็นเซอร์”

ด้าน Richard Coates นักภาษาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยที่ Western England ให้ความคิดเห็นว่า การนำคำเชิงทางการเริ่มแรกมาใช้เป็นความพากเพียรโดยคณะรัฐประหารเพื่อลบภาพหรือปลีกตัวจากอดีตกาลในตอนอาณานิคม

Richard Coates ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “กรุ๊ปต่างๆในเขตแดนที่ถกเถียง ปฏิเสธแนวความคิดนี้ แล้วก็มั่นใจว่าพวกเขาต้องการใช้คำเก่าแบบไม่เป็นทางการมากยิ่งกว่า อย่างต่ำก็ใช้ไปจวบจนกระทั่งจะมีรัฐบาลที่มีความชื่นชอบอย่างยุติธรรม…”

อองซานซูจี เป็นเยี่ยมในขั้วตรงกันข้ามแล้วก็เป็นผู้คัดค้านการเปลี่ยนชื่อในขั้นแรกๆหัวข้อประเด็นการใช้คำเรียกชื่อประเทศนี้เปลี่ยนเป็นใจความสำคัญทางด้านการเมืองในทางความเชื่อมโยงระหว่างชาติ เมื่อผู้นำประเทศมหาอำนาจของโลกเดินทางไปเยี่ยมประเทศนี้ในตอนหลายปีก่อน สื่อรวมทั้งนักวิชาการมักจ้องทีท่าและก็คำที่หัวหน้าพวกนี้ใช้เรียกชื่อ ซึ่งคำเรียกชื่อประเทศย่อมสะท้อนถึงจุดยืนทางด้านการเมืองของผู้พูดด้วย

ในช่วงเวลานี้ชื่อประเทศอย่างเป็นทางการเป็น สาธารณรัฐที่สหภาพภรรยานมา (Republic of the Union of Myanmar)

Share This Post

Zero WordPress Theme by WPExplorer Powered by WordPress