พระกฤษณะ

พระกฤษณะ (สันสกฤต कृष्ण) หรือเอกสารไทยเรียก พระบรมจักรกฤษณ์ เป็นเทวดาในศาสนาฮินดู เป็นอวตารองค์หนึ่งของพระวิษณุ และเป็นตัวดำเนินเรื่องสำคัญในมหากาพย์เรื่อง มหาภารตะ มหากาพย์ที่ยิ่งใหญ่ของประเทศอินเดียและยังทรงเป็นต้นกำเนิดของคัมภีร์ภควัทคีตาหนึ่งในคัมภีร์สำคัญของคัมภีร์พระเวทและยังทรงเป็นพระเจ้าสูงสุดในคัมภีร์พรหมไววรรตปุราณะอีกด้วยคำว่า กฤษณะ เป็นภาษาสันสกฤตมีความหมายว่า ดำ คล้ำ มืด หรือน้ำเงินเข้ม ผู้เป็นเจ้าของความมั่งคั่งและชื่อเสียงทั้งหมดซึ่งใช้พรรณนาบุคคลที่มีสีผิวคล้ำ พระกฤษณะทรงได้รับคำพรรณนาบ่อย ๆ ว่าผิวดำ แต่ในรูปภาพนั้นพระองค์ได้รับการวาดด้วยสีผิวสีน้ำเงินเข้ม มีสัตว์เลี้ยง คือ โคสีขาว พระประวัติ พระกฤษณะเป็นหลานตาของกษัตริย์ ณ มถุรานคร พระกษัตริย์พระนามว่า ท้าวอุครเสน พระกษัตริย์มีบุตร 2 คน คือ ท้าวกังสะและนางเทวกี นางเทวกีได้สมรสกับพระวสุเทพ ต่อมากังสะกบฏต่อพระบิดา ได้จับท้าวอุครเสนและพี่สาวพี่เขยขังไว้ ฤๅษีนารทมุนีทำนายว่า พระวิษณุจะอวตารมาเกิดเป็นบุตรคนที่แปดของนางเทวกีเพื่อสังหารท้าวกังสะ ท้าวกังสะจึงฆ่าลูกทุกคนของนางเทวกี หลังจากฆ่าหกคนแรกแล้ว คนที่เจ็ดคือพระพลราม เป็นร่างอวตารของพญาอนันตนาคราช พระแม่โยคมายาได้สลับเข้าครรภ์ของนางโรหิณี พระกฤษณะเป็นคนที่แปด พระวสุเทพสามารถลักลอบเอาพระกฤษณะไปฝากให้โคบาลชื่อนันทะและนางยโศธาเลี้ยงในหมู่บ้านโคกุลนอกนครมถุรา ต่อมาเมื่อเติบโตขึ้นก็ได้สังหารท้าวกังสะและเหล่าอสูรบริวาร ปลดปล่อยท้าวอุครเสน พระวสุเทพ และนางเทวกี ท้าวอุครเสนทรงได้ให้การศึกษาในสำนักฤๅษีสานทีปนี และได้แต่งตั้งพระกฤษณะขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งเมืองมถุรา ต่อมาท้าวชราสันธ์ ผู้เป็นพ่อตาของท้าวกังสะ ยกทัพมาหมายแก้แค้นถึง 17 ครั้ง แต่ก็พ่ายแพ้ทุกครั้ง พระกฤษณะเห็นว่าเมืองมถุราไม่เหมาะแก่การรับศึกหนักเป็นเวลานาน จึงไปสร้างเมืองใหม่ที่ดินแดนริมฝั่งทะเลใกล้กับแคว้นกัมโพชชื่อว่า ทวารกา

สล็อตออนไลน์

พระกฤษณะเป็นญาติฝ่ายมารดาของฝ่ายปาณฑพ พระกฤษณะได้ช่วยเหลือพี่น้องปาณฑพหลายครั้งหลายหน เช่น ช่วยเป็นประธานในพิธีราชสูยะของยุธิษฐิระ ช่วยภีมะฆ่าท้าวชราสันธ์ ช่วยเหลือพระนางเทราปตีจากการถูกทุหศาสันเปลื้องผ้าส่าหรี และเป็นผู้ถ่ายทอดภควัทคีตาแก่อรชุน เป็นสารถีและเป็นผู้ชี้นำของอรชุนในการปราบแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของฝ่ายเการพ เช่น ภีษมะ โทรณาจารย์ และ กรรณะ การตายของพระกฤษณะ หลังจากมหาสงครามทุ่งกุรุเกษตรสิ้นสุดลง พระกฤษณะครองกรุงทวารกาไปอีก 36 ปี ราชวงศ์ยาทพซึ่งกำลังแย่งชิงอำนาจกันได้ฆ่าล้างราชวงศ์กันเอง พระกฤษณะและพระพลราม ได้หนีเข้าป่าไป พระพลรามสิ้นพระชนม์ใต้ต้นไม้ ส่วนพระกฤษณะทรงเสด็จต่อไป ระหว่างที่พระกฤษณะกำลังนั่งสมาธิ นายพรานชราได้ยิงธนูใส่ข้อเท้าของพระองค์ถึงแก่ความตาย… หลังจากการตายของพระกฤษณะ กรุงทวารกาและเหล่ายาทพทั้งหมดได้จมลงสู่มหาสมุทร กลียุคได้เข้ามาแทนที่ทวาปรยุคพระแม่สัตยาภามา (สันสกฤต सत्यभामा อังกฤษ Satyabhama) เป็นหนึ่งในพระชายาทั้ง 8 องค์ของพระกฤษณะ อวตารของพระวิษณุ เป็นบุตรีของท้าวสัตราชิต (सत्राजित) และกล่าวว่าพระนางเป็นอวตารของพระแม่ภูเทวี บ้างก็ว่าเป็นอวตารของพระลักษมี บ้างก็ว่าเป็นนางจันทรเสนาซึ่งเป็นนางนาคีผู้หลงรักพระรามกลับชาติมาเกิดใหม่ นอกจากนี้พระแม่สัตยาภามายังเป็นผู้ช่วยให้พระกฤษณะสามารถปราบนรกาอสูรได้สำเร็จพระยมี (สันสกฤต यमी) เป็นเทวีในศาสนาฮินดู ผู้ดูแลและรักษาแม่น้ำยมุนาและเป็นเทพแห่งน้ำ หรืออีกพระนามคือ กลินทิ (อังกฤษ Kalindi)ในปรัมปราวิทยาฮินดู เชื่อว่าพระองค์เกี่ยวข้องกับพระกฤษณะ และเป็นฝาแฝดคู่กับพระยม ะได้รับความนิยมในการบูชาในฐานะเทพแห่งน้ำคู่กับพระแม่คงคาและพระสุรัสวดี ในประเทศไทยพระนามของพระนางเป็นหนึ่งสระศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่สำหรับใช้แทนแม่น้ำยมุนาและในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระมหากษัตริย์ไทย.ในประติมานวิทยา พระนางยมุนามักจะปรากฏพระองค์คู่กับพระแม่คงคาในฐานะผู้รักษาและพิทักษ์เทวสถานเพื่อชำระล้างและขจัดอาถรรพณ์ของผู้ที่จะเข้ามาสักการะบูชาให้บริสุทธิ ในจิตรกรรมของประติมากรรมพระนางจะมีผิวสีคล้ำและทรงพาหนะเป็นเต่าในศิลปะโบราณมักจะทรงประทับยืนตริภังค์และทรงสัญญาลักษณ์หม้อปูรณฆฏะในหัตถ์ข้างหนึ่ง ส่วนในศิลปะประเพณีนิยมอินเดียในปัจจุบันมักจะทรงเทพอาวุธคือบัวและปุษปะมาลา (พวงมาลัย).

jumboslot

เทวสถาน สระศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ – ตั้งตามชื่อแม่น้ำยมุนาและถือเป็นตัวแทนของพระนาง ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปประเทศอินเดีย ในปี พ.ศ. 2415 ทรงได้นำน้ำปัญจมหานทีที่มีการบันทึกในตำราของพราหมณ์ กลับมายังประเทศสยามด้วย และในปี พ.ศ. 2416 เมื่อพระองค์ได้รับราชาภิเษกเป็นครั้งที่ 2 น้ำสรงมุรธาภิเษก จึงเพิ่มน้ำปัญจมหานทีลงในน้ำเบญจสุทธิคงคาและน้ำในสระศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ ของเมืองสุพรรณบุรีด้วย.
เทวรูปพระแม่ยุมนา – ในฐานะผู้รักษาและพิทักษ์ตาเลชุภวานีมนเทียร พระราชวังปาตัน ประเทศเนปาล ยมุโนตรี – เทวสถานอุทิศแก่พระยมุนาในรัฐอุตตราขัณฑ์ เป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำยมุนา ยมุนาเทวีมนเทียร – เมืองมถุรา รัฐอุตตรประเทศ ริมแม่น้ำแม่น้ำยมุนา วังน้ำวนสังคัม ประติมากรรมนูนต่ำในถ้ำเอลโลรา – เมืองออรังกบาด รัฐมหาราษฏระ ปรากฏพระองค์ร่วมกับพระแม่คงคาและพระสุรัสวดีในฐานะเทพแห่งน้ำจากคตินิยมในวังน้ำวนสังคัม ปรัมปราวิทยา ในมหาภารตะ เมื่อนางเทวกีประสูติพระกฤษณะ ท้าววาสุเทพซึ่งเป็นราชบิดาได้นำพระกฤษณะกุมารหนีออกจากคุกของพระยากังสะและหนีโดยการข้ามแม่น้ำยมุนาซึ่งเทพียมุนาได้มาอภิบาลและคุ้มครองพระกฤษณะกุมารและท้าววาสุเทพจนปลอดภัย

เครดิตฟรี

ความรุ่งเรืองของจักรวรรดิภายใต้การนำของพระมหากษัตริย์ราชวงศ์คุปตะทำให้มีความเจริญในด้านวิทยาศาสตร์และศิลปะ ในด้านความเจริญทางด้านวัฒนธรรมนักประวัติศาสตร์จัดราชวงศ์คุปตะในระดับเดียวกับราชวงศ์ฮั่น ราชวงศ์ถัง และจักรวรรดิโรมัน สมัยจักรวรรดิคุปตะถือกันโดยนักวิชาการบางคนว่าเป็นยุคทองของอินเดียในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ วรรณคดี ตรรกศาสตร์ คณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ ศาสนา และปรัชญาทุรโยธน์ หัวหน้าตัวละครฝ่ายเการพในมหากาพย์เรื่อง มหาภารตะ เป็นลูกของท้าวธฤตราษฎร์กับพระนางคานธารี ในขณะที่พระนางคานธารีทรงตั้งครรภ์อยู่ 2 ปีนั้น พระนางคานธารีก็เลยได้รับสั่งให้นางข้าหลวงเอาฆ้อนเหล็กทุบไปที่ท้องพร้อมกับบอกว่านี่เป็นวิธีช่วยให้ประสูติการ นางข้าหลวงจึงตีไปที่ครรภ์ของพระนางคานธารี ครั้งแรกยังไม่ออก จึงตีไปอีกสองครั้ง จนในที่สุดพระนางคานธารีก็คลอดออกมาเป็นก้อนเนื้อใหญ่และเย็นเฉียบ เมื่อพระนางคานธารีทราบดังนั้น พระนางคานธารีจึงรับสั่งให้เอาก้อนเนื้อนั้นไปทิ้งสระ ครั้นเมื่อนางข้าหลวงจะเอาก้อนเนื้อไปทิ้งสระก็ได้มีฤๅษีเข้ามาขวางแล้วบอกว่า ให้เอาก้อนเนื้อนั้นเอามาแล่เป็นชิ้น ๆ 100 ชิ้น เอาชิ้นแต่ละชิ้นไปใส่หม้อดินแล้วเอาน้ำบริสุทธิ์พรมลงไป ก้อนเนื้อทั้งร้อยชิ้นก็จะกลายเป็นกุมาร ลูกคนแรกที่คลอดนั้นพอเกิดมา หมาหอนทั้งเมืองแร้งการ้องลั่นพระนคร

สล็อต

Share This Post

Zero WordPress Theme by WPExplorer Powered by WordPress